สืบสวนสอบสวน Detective
Alt text
The Dodecagon ไขคดีลับ ราศีเพชฌฆาตร เปิดแฟ้ม 3

 

พันตำรวจตรีพิยุทธยืนกอดอกนิ่งระหว่างมองรถมูลนิธิฯ วิ่งเข้ามาจอด ดูท่าจะเกิดการประสานงานผิดพลาดเข้าให้แล้ว เขาเห็นผู้หมวดจักรวุธเดินไปคุยกับคนขับ ครู่หนึ่งพวกนั้นก็กลับออกไป คดีนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุต้องใช้ทีมงานนิติเวชจึงจะเหมาะสมกว่า

จากนั้นสารวัตรตำรวจสืบสวนสอบสวนก็เริ่มสังเกตการณ์ทำงานของลูกน้องคนเก่ง หมวดจักรวุธกำลังจดข้อมูลต่างๆ ลงในแบบบันทึก ซึ่งคงเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุ สภาพศพ ผลการสอบปากคำของพยานที่พบศพเป็นคนแรก รวมไปถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่อาจมีผลต่อคดีนี้ด้วย และถ้าผู้หมวดหนุ่มไม่ได้ลืมพกกล้องมา อีกประเดี๋ยวคงได้เห็นเขาเดินถ่ายรูปไปทั่วแน่ๆ

พันตำรวจตรีพิยุทธยอมรับว่าคดีฆาตกรรมเป็นงานที่หนักมากสำหรับตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนร้ายเป็นโจรมืออาชีพด้วยแล้วบางครั้งอาจต้องมีการแลกด้วยชีวิตกันเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีที่จะทำให้การทำงานง่ายขึ้นคือ ไม่ทำให้คดีฆาตกรรมเป็นข่าวขึ้นมา เพราะเรื่องฆ่าแกงกันพวกนี้มันขายดี ขึ้นหน้าหนึ่งไม่เว้นแต่ละวัน และถ้าถูกเผยแพร่ออกไปเมื่อไหร่ นอกจากจะหาเบาะแสยากขึ้นแล้วยังจะถูกสังคมรุมจับตามองอีก แถมคนร้ายยิ่งขุดหลุมกบดานตัวเองให้ลึกลงไป ถ้าตามจับได้ก็เสมอตัวเพราะเป็นหน้าที่ แต่ถ้าลองจับไม่ได้สิ โดนด่าเช้ายันเย็นไม่ซ้ำเลยทีเดียว

ความจริงในใจเขาก็ชื่นชมร้อยตำรวจตรีหนุ่มคนนี้เหมือนกัน เขารู้ว่าจักรวุธฝีมือดี แต่บางครั้งดันซื่อเกินไปหน่อย นักข้าวถามอะไรก็บอกกล่าวให้ฟังหมด หนักสุดเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง ผู้หมวดดันหลุดปากเกี่ยวกับคดีวิสามัญฆาตกรรมโจรรายหนึ่งว่า ที่จริงแล้วคนร้ายมีแต่มีดเท่านั้น ไม่ได้มีปืนอย่างที่ตำรวจเข้าใจ พวกนักข่าวเลยเอาเรื่องนี้ไปสีกันสนุกเต็มเหนี่ยวเล่นเอาท่านผู้การครองภพเต้นผาง กว่าจะแก้ข่าวได้ก็เหงื่อตกไปตามๆ กันและนั่นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เข้าต้องแหกตาตื่นขึ้นมาคืนนี้

ท่านผู้กำกับการเตโชดมสั่งจ่าสิบตำรวจกอบชัยเอาไว้ว่า ถ้ามีเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลอะไรเกิดขึ้นในระหว่างจักรวุธเข้าเวรอยู่ขอให้โทร.แจ้งให้เขาออกมาปฏิบัติงานด้วยทุกครั้ง อย่างน้อยก็ช่วยเป็นกันชนไม่ให้พวกนักข่าวที่หิวกระหายคว้าข้อมูลไปมากพอจะเขียนข่าวได้ งานทีแรกเขานึกอุ่นใจที่ไม่เห็นเงาของพวกนั้นเลยสักคน แต่ที่ไหนได้ ผู้หญิงที่เจอศพนั่นดันมาเป็นนักข่าวไปเสียได้ นี่ถ้าไม่ไล่กลับไปมีหวังเป็นเรื่องแน่

สารวัตรพิยุทธสังเกตเห็นว่าตั้งแต่สองคนนั้นกลับไป ผู้หมวดหนุ่มไม่ได้เดินมาหาเขาเลย ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร เขาจับกระแสความไม่พอใจของลูกน้องได้ตั้งแต่สบตากันแวบแรก แต่ช่างเถอะ เขาเองก็รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชามาอีกทอดหนึ่งเหมือนกัน

จังหวะนั้นเองที่มีแสงไฟสว่างวาบมาอีก รถของแพทย์นิติเวชกำลังวิ่งเข้ามา พันตำรวจตรีพิยุทธรู้สึกพอใจที่เห็นนายแพทย์ปราชญ์ กิตเกียรติ ก้าวลงมาจากรถ เขาสนิทกับหมอปราชญ์เป็นอย่างดี จึงเป็นการง่ายที่จะขอร้องให้คุณหมอมอบข้อมูลหลังการชันสูตรพลิกศพแก่เขาเพียงคนเดียว

“สวัสดีครับสารวัตรพิยุทธ คืนนี้ดึกจริงนะ” หมอปราชญ์ตรงเข้ามาทัก

“ไม่ทราบว่าสารวัตรได้ตรวจสอบเบื้องต้นหรือยังครับ”

“ศพได้ถูกยิงเข้าที่กลางหน้าผากนัดเดียว แขนขาถูกมัดไว้ด้วยเชือกปอ น่าจะเป็นเรื่องชู้สาว หรือไม่เบี้ยวหนี้พนันบอลมั้ง”

หมอปราชญ์พยักหน้าโดยไม่พูดอะไร ตามปกติหมอนิติเวชไม่ได้มีหน้าที่สันนิษฐานถึงสาเหตุในการฆาตกรรม เขาเดินออกไปที่ศพ สารวัตรจึงรีบตามไป เมื่อถึงจุดที่เกิดเหตุก็ทราบว่า จากการค้นตัวผู้ตายนั้น เจ้าหน้าที่พบสิ่งของเพียงสองรายการเท่านั้น

“บัตรประชาชนกับโทรศัพท์มือถือ มีแค่นี้หรือ” พันตำรวจตรีพิยุทธพูดเหมือนรำพึงรำพันมากกว่าต้องการคำตอบ เขายกถุงพลาสติกใสซึ่งบรรจุของทั้งสองอย่างไว้ขึ้นดู

“ผู้ตายชื่อนายมนัส วรรณวาท ครับ อายุประมาณยี่สิบสองปี ที่อยู่ในบัตรประชาชนระบุว่าเป็นคนกรุงเทพฯ นี่เอง” ร้อยตำรวจตรีจักรวุธแจ้ง

“ยังหนุ่มอยู่เลยครับ หน้าตาดีด้วย สงสัยจะเป็นเรื่องชู้สาว” จ่ากอบชัยออกความเห็น

“รอให้หมอปราชญ์ตรวจรายละเอียดก่อนเถอะ” สารวัตรว่า

ทุกคนพร้อมใจกันเงียบ ทว่าในวินาทีต่อมาก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้ทั้งหมดสะดุ้งโหยง จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของผู้ตายก็ส่งเสียงปี๊บยาวๆ ออกมาครั้งหนึ่ง ดีที่พันตำรวจตรีพิยุทธไม่ได้ตกใจจนทำถุงพลาสติกหลุดมือ

 “อะไรกันเนี่ย” สารวัตรยกถุงขึ้นในระดับสายตาอีกครั้ง เขาทำท่าจะแกะมัน แต่หมวดจักรวุธยื่นถุงมือยางส่งให้ก่อน เขารับมันมาสวมและหยิบเอาโทรศัพท์รุ่นที่ไม่มีฟังก์ชันทันสมัยอะไร ซึ่งราคาขายเครื่องหนึ่งตกอยู่แค่พันกว่าบาทขึ้นมาดู ที่หน้าจอปรากฏคำว่า คุณมีข้อความ 1 ฉบับ

“พวกคุณเปิดโทรศัพท์หรือ” สารวัตรถามเจ้าหน้าที่

“เปล่าครับ มันเปิดอยู่แล้ว” หนึ่งในนั้นตอบ

“มีอะไรเหรอครับ” หมวดจักรวุธกับหมอปราชญ์ถามแทบพร้อมกัน

“มีข้อความเข้ามานะสิ” เขากดเปิด

ช้างเผือกในเรือนแก้ว

เขาอ่านข้อความให้ทุกคนฟัง ซึ่งทำให้ทั้งหมดขมวดคิ้ว

“หมายความว่ายังไงหรือครับ” จ่ากอบชัยสงสัย แต่ไม่มีใครให้คำตอบได้ ก่อให้เกิดความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง

“ช่างมันเถอะ เราช่วยกันย้ายขึ้นรถศพดีกว่า จะได้กลับกันซะที” สารวัตรตัดบท

“แต่ผมว่านี่ต้องไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาแน่ๆ ครับ” หมวดจักรวุธแย้งขึ้น “น่าแปลกว่า...” ตำรวจหนุ่มต้องชะงักเมื่อถูกหัวหน้ายกมือห้าม

“ใจเย็นๆ ก่อนจักรวุธ เราจะไปคุยเรื่องนี้กันที่โรงพัก เข้าใจไหม” คำถามสุดท้ายสื่อความหมายชัดเจน ผู้หมวดจึงต้องสงบปากลง แล้วมองการทำงานของทีมนิติเวชอย่างเงียบๆ ขณะที่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วกำนามบัตรของญาตาวีเบาๆ

เขาคิดถึงพยานบุคคลสองปากนี้ขึ้นมาจับใจเลยทีเดียว

พรุ่งนี้เห็นทีจะต้องเค้นข้อมูลเรื่องรถตู้ออกมาจากปากของทั้งคู่ให้ได้ โดยเฉพาะผู้ชายจอมยียวนที่ชื่อวินธัย เชื้อพยัคฆ์ คนนั้น เขาเชื่อว่าหมอนั่นคงมีข้อมูลบางอย่างซุกซ่อนอยู่ไม่มากก็น้อยล่ะ

และเขาต้องรู้ให้ได้ด้วย

 

อ่านบทต่อไป

 

ผู้เขียน ศิรวินทร์ ฉิมเฉลิมวงศ์
สำนักพิมพ์เรนโบว์ (Rainbow) 

rainbow 3 comments The Dodecagon, ไขคดีลับ ราศีเพชฌฆาตร, นิยาย, สืบสวน,เรนโบว์ 20-10-2016 19:26:14

3 Comments

แสดงความคิดเห็น

กรุณากรอกข้อมูลที่มีเครื่องหมาย *

*