ผจญภัยสุดหล้า Adventure
Alt text
Online เล่น ซ้อน ซ่อน กล ตอนที่ 3 โลหะศักดิ์สิทธิ์

ผมตระเวนหาข่าวอยู่ใน นิวส์ซิตี้ มาพักใหญ่แล้ว เมืองแห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมข่าวสารที่คับคั่งจอแจที่สุดในไกอา ภายในเมืองมีร้านข่าวสารตั้งอยู่มากมายซึ่งร้านเหล่านี้เป็นที่รวมตัวกันของตัวละครตามเนื้อเรื่องที่ให้ข้อมูลในการทำ ภารกิจต่างๆ และบางครั้งก็อาจมีผู้เล่นคนอื่นมาคอยชักชวนหาคนไปร่วมเดินทางด้วย นอกจากนี้ยังมีป้ายประกาศติดอยู่ที่ด้านหน้าของร้านให้สามารถใช้แจ้งข่าว ให้ข้อมูล ประกาศหาคน หาสิ่งของ ฯลฯ มาใช้บริการได้ฟรีๆ อีกด้วย

ไกอานั้นเป็นโลกที่อยู่ในยุคกลาง อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่รวมถึงปราสาทราชวังต่างๆ การแต่งกายของผู้คน และวิถีชีวิตก็เป็นไปตามรูปแบบของยุคสมัยนั้น แต่ก็มีบางส่วนที่แสดงถึงเทคโนโลยีจากยุคสมัยอื่นที่ล้ำหน้ากว่า อย่างเช่น ร้านขายปืนและสถานีเดินทางเป็นต้น

ตอนที่ผมกำลังจะเดินเข้าร้านข่าวสารอีกแห่งหนึ่ง ก็มีคนเดินตรงเข้ามาทักทาย เขาคือวชิระนักสู้เผ่ามนุษย์ที่เคยร่วมต่อสู้มาด้วยกันในภารกิจล่ามังกรดำครั้งก่อนนั่นเอง เขาสวมใส่ชุดผ้าบางเบาตามแบบฉบับของนักสู้ที่ไม่สามารถสวมใส่ชุดเกราะได้ อาวุธกรงเล็บทั้งสองของเขาหุบเก็บขึ้นมาอยู่บนแขน เมื่ออยู่ภายในเมืองพวกเราจะไม่สามารถทำการตู่สู้ได้ นอกจากจะเป็นภารกิจที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น

“เป็นยังไงบ้าง ที่ช่วยเอาไว้เมื่อคราวที่แล้วขอบใจมากนะ”

“ไม่ต้องขอบใจหรอกน่า เรื่องแค่นี้”

“แล้วกำลังทำอะไรอยู่ มี ภารกิจ อะไรน่าสนใจหรือเปล่า”

“เปล่า กำลังหาข่าวอยู่น่ะ”

“หาข่าว…เรื่องเกี่ยวกับอะไรล่ะ”

วชิระทำท่าสนใจขึ้นมา เขาคงจะยังอยู่ว่างๆ ไม่มีภารกิจอะไรให้ทำแน่เลย

“คือ…มีข้อความส่งมาหาฉัน…เกี่ยวกับเรื่องดาบน่ะ”

“จากใครล่ะ…คนไม่รู้จักกันงั้นสิ”

ผมลังเลเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง

“ฟังดูแปลกๆ หน่อยนะ คือข้อความนี้ไม่มีชื่อผู้ส่งน่ะ บอกแต่ว่าส่งมาจากเมืองนี้”

“ไม่มีผู้ส่ง…เป็นไปไม่ได้หรอกใครจะทำแบบนั้นได้”

“ก็นั่นน่ะสิ แต่ไม่มีชื่อคนส่งจริงๆ นะ ฉันเองก็งงเหมือนกัน ถึงได้มาเดินหาข่าวอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเบาะแสอะไรเลย”

วชิระนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะถามต่อไปว่า

“แล้วข้อความที่ว่า ส่งมาว่าไงล่ะ”

“สั้นๆ เลย ต้องการดาบไหมท่านผู้กล้า แค่นี้เอง”

“ดาบ…อ้อดาบของนายหักไปแล้วนี่ แล้วนี่มีอาวุธใหม่ใช้หรือยังล่ะ”

ผมหยิบดาบเหล็กขึ้นมาให้เขาดู อาวุธมาตราฐานสำหรับผู้ใช้ดาบที่หาซื้อได้ทั่วไปในราคาไม่แพง ผมกะว่าจะเอามาใช้แค่ช่วงสั้นๆ แก้ขัดก่อนที่จะหาอะไรที่มันเจ๋งๆ มาใช้ได้อีกครั้ง

วชิระดูเหมือนจะเกิดความสนใจในเรื่องข้อความลึกลับของผมมากยิ่งกว่าเดิม เขาสอบถามถึงช่วงเวลาที่ข้อความถูกส่งมาถึง และรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวข้อความ แต่ก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเติมเพราะข้อความดังกล่าวก็ถูกส่งมาตามปกติ เพียงแต่ไม่มีชื่อของผู้ส่งเท่านั้น

“หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับไอ้นี่”

เขาพูดพร้อมกับชี้มือมาที่กลางอกของผม ตราแห่งผู้กล้าที่ส่องประกายสีทอง สิ่งของหายากที่ผมพึ่งจะได้มาจากภารกิจครั้งที่แล้ว

“ข้อความถูกส่งถึงผู้กล้าไม่ได้ระบุเป็นชื่อนาย หรือว่าจะเป็นภารกิจพิเศษที่จะเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ที่มีสิ่งของหายากชิ้นนี้เท่านั้น”

ความคิดของวชิระฟังดูเข้าท่าดีมีความเป็นไปได้อยู่มากทีเดียว ตอนนั้นเองที่ความคิดบางอย่างแวบเข้ามาในหัวของผม ไม่แน่ว่าภารกิจพิเศษนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับดาบที่ควรจะอยู่ในตราแห่งผู้กล้ามากกว่าดาบที่เป็นอาวุธจริงๆ ก็ได้ ผมลองบอกความคิดนี้ให้เขาฟัง

“อืม…ก็มีความเป็นไปได้อยู่สูงเหมือนกัน แต่พวกเราคาดเดากันไปต่างๆ นาๆ ก็ไม่มีประโยชน์ มาช่วยกันค้นหาความจริงดีกว่า”

เราสองคนจึงเข้าไปใน ร้านข่าวสารด้วยกัน แต่หลังจากที่เสียเวลาไปพักใหญ่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ไม่มีข่าวอะไรที่ดูจะเกี่ยวข้องกับตราแห่งผู้กล้าหรือดาบเลยซักเรื่องเดียว แต่กลับมีข่าวแปลกๆ เกี่ยวกับจอมปีศาจเวราสที่เราทั้งสองคนไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน

ผู้เฒ่าคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดสีขาวอ้างตัวว่าเป็นผู้นำสาส์นยืนอยู่ที่มุมๆ หนึ่งของร้าน เพื่อคอยบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับจอมปีศาจให้กับผู้คนที่สนใจ

ผู้วิเศษเอมินได้บอกเล่าเรื่องราวของจอมปีศาจเวราส ผู้ที่เกลียดชังทุกสิ่งในโลกแห่งนี้ และทุกๆ โลกเอาไว้ในบันทึกมานาลว่า มันจะเดินทางไปมาระหว่างโลกต่างๆ เพื่อสร้างวงแหวนเวทย์ขึ้นในโลกแห่งนั้นๆ และเมื่อใดก็ตามที่โลกทั้งหมดถูกสะกดไว้ด้วยวงแหวนเวทย์ การสูญสลายถาวรก็จะเริ่มขึ้น แล้วโลกทั้งหมดก็จะหายไปตลอดกาล”

วชิระสงสัยว่าอาจจะเป็นภารกิจใหม่ แต่จากข้อมูลเท่าที่ได้มาแค่นี้นั้นยังไม่เพียงพอและก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เรากำลังตามหากันอยู่

“นายเข้าร้านข่าวสารครบหมดหรือยัง”

วชิระถามหลังจากเดินออกมาจากร้าน ผมลองนึกทบทวนดูทีละร้าน

“เมืองนี้มีร้านข่าวสารอยู่กี่แห่งนะ”

“เก้าแห่ง”

“ถ้างั้นก็ยังขาดไปอีกแห่งหนึ่ง”

“ร้านไหนล่ะ”

“เอ่อ…ฉันเดินไล่ลงมาเรื่อยๆ จากทางเหนือ”

“ถ้างั้นฉันก็รู้แล้วล่ะว่าร้านไหน ตามฉันมา”

วชิระเดินลัดเลาะไปมาตามถนน เขาเดินเข้าออกตรอกซอยต่างๆ อย่างมั่นใจ ท่าทางเขาดูจะคุ้นเคยกับเมืองแห่งนี้มาก เพียงครู่เดียวพวกเราก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้านข่าวสารแห่งหนึ่ง

“ใช่ที่นี่ไหม”

เขาถามผม ผมมองดูไปรอบๆ ตัวร้านข่าวสารทุกร้านจะมีหน้าตาเหมือนกันหมด แต่เมื่อดูจากทำเลที่ตั้งทำให้ผมมั่นใจว่าวันนี้ยังไม่ได้เดินเข้าร้านแห่งนี้แน่ๆ

“ฉันคิดว่าน่าจะใช่นะ”

วชิระดูท่าทางของผมก่อนที่จะพูดต่อไปว่า

“นายเป็นพวกไม่รู้ทิศทางใช่ไหม”

“…ไม่รู้ทิศทางอะไร”

“ฉันหมายถึงพวกที่ไม่สามารถจดจำทิศทางในรูปแบบสามมิติได้น่ะ แบบเดินไปเดินมาแล้วไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน สร้างภาพแผนที่ขึ้นภายในความทรงจำของตัวเองไม่ได้ พวกนี้จะหลงทิศหลงทางได้ง่ายๆ พอเดินวนไปวนมาหน่อยเดียวก็ไม่รู้แล้วว่าทางไหนเป็นทางไหน”

ผมลองนึกทบทวนดูว่าตัวเองเป็นอย่างไร ก็อาจจะเป็นเหมือนที่เขาบอกก็ได้

“…ก็…อาจจะนะ ฉันชอบงงอยู่บ่อยๆ เหมือนกัน”

“เอาล่ะ เราเข้าไปกันเถอะ”

ผมเดินตามหลังวชิระเข้าสู่ร้านข่าวสารแห่งสุดท้ายของเมืองนี้

พอพวกเราก้าวเข้าไปภายในร้านสิ่งแรกที่สะดุดตาก็คือคนแคระ รูปร่างกำยำคนหนึ่งที่มีค้อนขนาดใหญ่คู่หนึ่งแบกไขว้กันเอาไว้บนหลัง เขายืนทำท่าทางเหมือนกับว่ามารอใครอยู่ ตัวละครที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะเช่นนี้ มักจะหมายถึงภารกิจใหม่ๆ เสมอ วชิระหันมามองผม เราทั้งคู่ต่างมุ่งตรงไปที่คนแคระผู้นี้ทันที

“สวัสดี”

วชิระตรงเข้าไปทักทายก่อน

“สวัสดี ข้าชื่อโลลิเป็นช่างตีเหล็กพเนจร”

หลังจบคำทักทายจากโลลิก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่แสดงท่าทีอะไรทั้งสิ้น แน่นอนโลลิจะตอบคำถามก็ต่อเมื่อเรื่องที่พูดคุยกันเกี่ยวข้องกับเรื่องของเขาเท่านั้น วชิระก็ทำท่าทำทางให้ผมเข้าไปพูดบ้าง

“สวัสดี”

“สวัสดี ข้าชื่อ โลลิ เป็น ช่างตีเหล็กพเนจร อาจารย์ของข้าชื่อโอบา ท่านเป็นช่างตีเหล็กประจำราชสำนักของ ปราสาทแสงเหนือ ข้าเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกอาจารย์เก็บมาเลี้ยงและถ่ายทอดวิชาให้ตั้งแต่ยังเล็ก ท่านเคยบอกกับข้าว่าในฐานะของช่างตีเหล็ก ท่านมีความฝันอยู่อย่างหนึ่งคือต้องการที่จะตีดาบด้วยโลหะศักดิ์สิทธิ์ โฮลี่อัลกอนให้ได้ หลังจากที่ท่านจากไป ข้าจึงออกเดินทางเพื่อตามหาโฮลี่อัลกอน เพื่อสานต่อความฝันของท่าน”

แสดงว่าตราแห่งผู้กล้าน่าจะมีผลต่อภารกิจนี้จริงๆ ดังนั้นตอนที่วชิระเข้ามาพูดโลลิจึงยังไม่ยอมเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเขา

 “ไม่เคยได้ยินชื่อโลหะชนิดนี้มาก่อนเลย”

“โฮลี่อัลกอน ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน”

พอผมพูดคำว่า โฮลี่อัลกอน ออกไป โลลิก็เริ่มเล่าเรื่องของเขาต่อทันที

“โลหะศักดิ์สิทธิ์ โฮลี่อัลกอน มีอยู่เพียงชิ้นเดียวในโลก มันเป็นสิ่งที่ผู้วิเศษเอมินมอบให้ผู้กล้าแอนเต้ เพื่อใช้ในการนำความสมดุลกลับคืนมาสู่ไกอาตั้งแต่อดีตเมื่อนานมาแล้ว ข้ารู้มาว่ามันถูกฝังอยู่ใต้ต้นสนยักษ์ในป่าหิมะทางทิศเหนือ แต่รอบๆ นั้นมีพวกภูตแห่งสายลมคอยปกป้องอยู่ ใครก็ตามที่บุกรุกเข้าไปจะถูกหลอกให้หลงทางเสมอ ข้าเองก็เคยพยายามมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังถูกภูตตัวจิ๋วเหล่านี้หลอกให้เดินวนไปวนมาอยู่แต่รอบๆ ต้นสนยักษ์ ”

เขาพูดเสริมต่อไปว่า

“ข้าเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ก็เพื่อตามหาผู้ที่จะสามารถช่วยข้าเข้าไปนำโลหะศักดิ์สิทธิ์ โฮลี่อัลกอนออกมา แล้วข้าจะตอบแทนด้วยการยกดาบที่ข้าตีได้ให้เป็นรางวัล”

“ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับป่าหิมะและต้นสนยักษ์มาก่อน มีคนเข้าไปในป่าหิมะแต่ก็ไม่เจออะไร พอพยายามจะไปที่ ต้นสนยักษ์ก็ไปไม่ได้”

วชิระหันมาพูดกับผม ผมเองก็จำต้นสนยักษ์ต้นนั้นได้ มีภาพของมันปรากฏอยู่บนแผนที่ด้วย แต่ผมยังไม่เคยเข้าไปในป่าหิมะมาก่อนเพราะไม่เคยมีภารกิจอะไรที่จะต้องเข้าไปแถวนั้น

“แล้วเรื่องของภูตแห่งสายลมล่ะ”

ผมถามโลลิต่อไป

“ข้าไม่ค่อยจะถูกกับพวกภูตซักเท่าไร ท่านคงต้องไปถามจากคนอื่น… ใกล้ๆ ทางเข้าป่าหิมะ มีหมู่บ้านเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง ชาวบ้านที่นั่นรู้จักคุ้นเคยกับพวกภูตแห่งสายลมเป็นอย่างดี”

ผมคิดว่าโลลิคงจะให้ข้อมูลมาหมดแล้ว ตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของผมที่จะตัดสินใจว่าจะรับทำภารกิจนี้หรือไม่ ซึ่งก็สามารถตัดสินใจได้ไม่ยาก

“ตกลง ผมจะไปเอาโฮลี่อัลกอนมาให้”

“ขอบใจท่านมาก ข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่”

พวกเราเดินออกจากร้านทันทีหลังจากที่ตกลงรับทำภารกิจตามหาโฮลี่อัลกอนนี้ ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะเป็นภารกิจพิเศษหรือไม่ และจะเกี่ยวข้องกับข้อความที่ผมได้รับหรือเปล่า ขณะที่ผมกำลังมุ่งหน้าไปยังทางออกของเมือง วชิระก็ถามขึ้นมาว่า

“ฉันขอแวะไปทำธุระก่อนได้ไหม”

“…ขอแวะไปทำธุระ…อ้อ…ตกลงว่าจะไปกับฉันด้วยหรือ”

“อ้าว…ไหงพูดงี้ล่ะ ใครจะยอมพลาดภารกิจพิเศษแบบนี้ไปได้…หรือว่าจะไม่ยอมให้ฉันไปด้วย”

“เปล่า ไปก็ไปสิ แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นภารกิจพิเศษอะไรหรอกนะ”

“ใช่สิน่า เชื่อฉันเถอะ เดี๋ยวขอฉันไปจบภารกิจปราบอสูรนุเอะให้เรียบร้อยก่อน ก็แค่ไปคุยนิดเดียวเท่านั้น รอฉันอยู่แถวนี้ก็ได้”

“ไม่เป็นไร ไปด้วยก็ได้”

“ตามใจ”

เขาพาผมเดินลัดเลาะไปมาภายในเมืองอย่างคล่องแคล่ว เขาคงสามารถสร้างภาพแผนที่ขึ้นในความทรงจำได้ตามที่บอกจริงๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขามีความสามารถพิเศษ หรือเป็นเพราะผมมีความบกพร่องในเรื่องนี้กันแน่ ซึ่งจะเป็นแบบใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนส่วนใหญ่เป็นแบบไหน ถ้าเป็นแบบผม เขาก็เป็นพวกที่มีความสามารถพิเศษ แต่ถ้าเป็นแบบเขา ผมก็เป็นพวกที่บกพร่อง

สุดท้ายพวกเราก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านข่าวสารอีกแห่งหนึ่ง และจะต้องเป็นร้านที่ผมพึ่งจะแวะเข้าไปเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ผมก็นึกไม่ออกเสียแล้วว่าเป็นร้านไหนกันแน่

มันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยเลยทีเดียว

 

อ่านบทต่อไป

 

ผู้เขียน zoitee
สำนักพิมพ์เรนโบว์ (Rainbow) 

rainbow 5 comments Zoitee, ออนไลน์: เล่น ซ้อน ซ่อน กล, Rainbow, เรนโบว์, ผจญภัย, แฟนตาซี 23-10-2016 09:44:14

5 Comments

แสดงความคิดเห็น

กรุณากรอกข้อมูลที่มีเครื่องหมาย *

*